สุขภาพ

ดูแลเท้าด้วยตะไคร้กับไพลเหลือง

ใครปวดขา ตึงน่อง หรือเจ็บฝ่าเท้าบ้างคะ

ตามหลักการแพทย์แผนไทย วิธีคลายอาการเจ็บปวดที่ฝ่าเท้า กล้ามเนื้อน่อง และท่อนขาของคุณนั้นสามารถทำได้อย่างง่าย ๆ โดยไม่ต้องหมดเปลืองเงินมากมาย

ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่าระบบร่างกายของมนุษย์เรานั้นเชื่อมโยงกันทั้งหมด การที่คนเราปวดขา เจ็บฝ่าเท้า หรือมีภาวะน่องตึงนั้น สาเหตุหนึ่งที่พบมากก็คือ ความผิดปกติที่กลุ่มกล้ามเนื้อขา เช่นภาวะความดันในกล้ามเนื้อสูงหรืออาจเป็นความผิดปกติในเส้นเลือดและระบบประสาท มีการสะสมไขมันในหลอดเลือด ทำให้เลือดไหลเวียนได้ไม่ปกติ เราจึงรู้สึกปวดขาเนื่องจากกล้ามเนื้อขาดออกซิเจนนั่นเอง

ความรู้จากชมรมผู้สูงวัยเทศบาลตำบลลานกระบือ อ.ลานกระบือ จ.กำแพงเพชร ที่ผ่านการทดสอบและนำไปใช้กับสุขภาพของผู้สูงวัยในชุมชนจนกระทั่งเห็นผลเป็นที่ประจักษ์ ก็คือการดูแลสุขภาพเท้า ขา และมือด้วยการแช่น้ำสมุนไพร

สมุนไพรที่ว่าก็เป็นสมุนไพรใกล้ตัวทั้งสิ้น อันดับแรกคือตะไคร้แกง สองคือเหง้าไพลเหลือง สามคือ ขมิ้น สี่คือลูกมะกรูด เพียงสี่อย่างเท่านี้ หรือถ้าหาได้ไม่ครบจริง ๆ ก็ยึดตะไคร้กับไพลเหลืองก็เพียงพอเพราะว่าต้นตะไคร้มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดและลดอาการอักเสบ ทั้งยังทำให้คุณผ่อนคลายลงได้ ในขณะที่เหง้าไพลเหลืองนั้นคือสมุนไพรม้าขาวที่สามารถช่วยแก้อาการปวด บวม เส้นตึง เมื่อยขบให้แก่คุณได้ง่าย ๆ

เหง้าไพลแก่จัด

วิธีทำ นำสมุนไพรทั้งสองอย่างที่มีอายุแก่จัด ราว 6-12 เดือน อย่างละ 200 กรัม มาล้างให้สะอาด แล้วหั่นเป็นท่อน ทุบให้แตกก่อนใส่ลงรวมกันในหม้อต้มน้ำ ต้มให้เดือดราว 10 นาที

จากนั้น ให้นำน้ำต้มสมุนไพรนี้ไปผสมกับน้ำธรรมดาในกะละมังให้อุ่นจัด เติมเกลือป่นลงไปด้วยราว 1/2 ช้อนโต๊ะ ล้างเท้าให้สะอาดก่อนแช่เท้าลงไปในกะละมังให้น้ำท่วมข้อเท้า ใช้เวลาแช่ราว 7-10 นาทีในแต่ละครั้ง ทำวันละสองครั้งเช้ากับเย็น เพียง 1-2 วันเท่านั้น คุณจะรู้สึกตัวเบา ขาแข้งกระฉับกระเฉงมากขึ้น ยิ่งทำอย่างสม่ำเสมออาการปวดก็จะค่อย ๆ ลดลงหรืออาจจะหายไปเลย สบายตัวแท้แน่นอนค่ะ

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้มือทั้งสองข้างแช่ลงในกะละมังน้อยที่วางบนตักทำพร้อมกันไปกับเท้าเลย ห่างไกลจากอาการนิ้วล็อกได้จริง ๆ

แหล่งข้อมูล

https://medthai.com/%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5/

https://medthai.com/%E0%B9%84%E0%B8%9E%E0%B8%A5/

ภาพเหง้าไพล

https://sites.google.com/site/teerasakbunsawaeng/phil

 

Leave a Comment