ไอที-เทคโนโลยี

นวัตกรรมเกษตรไทย โรงงานผลิตพืช

ผืนดิน แสงแดด และหยดน้ำ อาจไม่จำเป็นสำหรับเกษตรกรยุคใหม่อีกต่อไปแล้ว ในเมื่อมนุษย์ต้องเผชิญปัญหาความขาดแคลนที่ดิน แหล่งน้ำ รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศที่กำลังเป็นตัวแปรสำคัญของเกษตรกรทั่วโลกสำหรับการปลูกพืชที่นำมาเป็นอาหารหรือยารักษาโรค

ตลอดมาบรรดานักวิทยาศาสตร์ทุกทวีปต่างก็พยายามคิดค้นวิธีการปลูกพืชที่จะให้ผลผลิตออกมาอย่างคุ้มค่าโดยที่สามารถควบคุมต้นทุนและตัวแปรในการเจริญเติบโตของต้นพืช รวมทั้งนักวิทยาศาสตร์ไทยเราด้วย

เดือนมีนาคม ปี 2562 ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้เปิดตัวโรงงานผลิตพืช หรือ Plant Factory ที่อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ปทุมธานี

โรงงานผลิตพืชแห่งนี้ไม่ได้ใช้แสงแดดสำหรับปลูกพืช แต่ใช้แสงไฟเทียมที่ได้รับเทคนิคจากนักวิจัยญี่ปุ่น พร้อมได้ที่ปรึกษาโครงการคือ ศาสตราจารย์โทโยกิ  โคไซ มาเป็นพี่เลี้ยงด้วยหลักการทำงานก็คือ ควบคุมสภาพแวดล้อมสำหรับการเจริญเติบโตของต้นพืช ได้แก่ ความเข้มและช่วงคลื่นของแสง อุณหภูมิ ความชื้น แร่ธาตุ และคาร์บอนไดอกไซด์ โดยเฉพาะการใช้แสงไฟเทียมจากหลอดไฟ LED ที่ประหยัดไฟมากกว่าหลอดฟลูออเรสเซนต์และเลือกสี เลือกความยาวของคลื่นแสงให้เหมาะกับต้นพืชได้ด้วย

โรงงานผลิตพืชมีข้อได้เปรียบมากกว่าการปลูกพืชในแปลงธรรมชาติ เพราะสามารถปลูกพืชได้ทุกฤดูกาล และปลูกได้คราวละมาก ๆ เนื่องจากออกแบบชั้นสำหรับปลูกพืชให้ซ้อนกันได้สูงสุดถึงสิบชั้นในหนึ่งแถว มากกว่านั้นยังเป็นระบบปิดที่มีระบบกรองอากาศ ช่วยป้องกันเชื้อโรคและแมลงได้ดีมากกว่าการปลูกพืชในธรรมชาติ จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีในการเร่งการเจริญเติบโตหรือกำจัดวัชพืชและศัตรูพืชใด ๆ แถมยังไม่ต้องเสี่ยงกับการปนเปื้อนโลหะจากการเกษตรด้วย เรียกว่าเก็บมาก็กินได้เลยไม่ต้องล้างน้ำ ดร.สมวงษ์  ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์ไบโอเทคท่านบอกมา

โรงงานผลิตพืชต้นแบบของไบโอเทคมีเนื้อที่ปลูกพืช 1,200 ตารางเมตร ภายในแบ่งพื้นที่เป็นทั้งส่วนวิจัยและส่วนทดลองปลูกพืชเพื่อใช้ผลผลิต ส่วนพืชที่ได้รับการสนับสนุนให้ปลูกก็คือ พืชที่มีมูลค่าสูงอย่างบรรดาสมุนไพรไทยทั้งหลายที่มีตัวยาสำคัญหลายอย่าง และถือเป็นวัตถุดิบที่มีการแปรรูปส่งออกสร้างมูลค่าสูงถึงปีละ 1 แสนล้านบาท จากมูลค่าในตลาดโลกทั้งหมด 3.2 ล้านล้านบาทเลยทีเดียว

และโรงงานผลิตพืชที่ตั้งขึ้นมานี้เองที่จะเป็นตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพสารออกฤทธิ์สำคัญในสมุนไพรไทยให้มีความคงที่และปลอดสารเคมีเมื่อเทียบกับการปลูกพืชในแปลงธรรมชาติ โดยจะเริ่มจากพืชที่เป็นวัตถุดิบสำคัญอย่างบัวบกกับฟ้าทะลายโจรก่อนเมื่อได้ผลดีแล้วก็จะขยายผลสู่ภาคเกษตร ชุมชน และภาคอุตสาหกรรมของเราต่อไป

 

แหล่งข้อมูล

https://oer.learn.in.th/search_detail/result/142718#oer_data

ภาพประกอบ

https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/789977

 

 

Leave a Comment